หลักสูตรธุรกิจกับความมั่นคง รุ่นพิเศษ

รายละเอียดหลักสูตรธุรกิจกับความมั่นคง รุ่นพิเศษ

(Business & National Security Program)

จัดโดย: มูลนิธิพัฒนาภูมิภาค

(ความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ และสถาบันการศึกษา)   

1. หลักการและเหตุผล

ในบริบทโลกปัจจุบัน ความมั่นคงของชาติไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางการทหาร หากแต่ครอบคลุมถึงมิติด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคและพื้นที่ชายแดน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเสถียรภาพของประเทศภาคธุรกิจในยุคใหม่จึงจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงเพื่อสามารถบริหารความเสี่ยง วางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan :BCP) และมีบทบาทสนับสนุนความมั่นคงของประเทศอย่างเหมาะสมและยั่งยืน 

มูลนิธิพัฒนาภูมิภาคจึงได้ร่วมมือกับหน่วยต่างๆ จัดทำ หลักสูตรธุรกิจกับความมั่นคง ขึ้นเพื่อพัฒนาผู้นำ ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาขน ให้มีองค์ความรู้ด้านความมั่นคงควบคู่กับการบริหารจัดการเชิงเศรษฐกิจ และสามารถเชื่อมโยง “ธุรกิจ – ความมั่นคง – การพัฒนาประเทศ” ได้อย่างเป็นระบบ

2. วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

2.1 เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจด้านความมั่นคงของชาติในบริบทโลก เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ร่วมสมัย  

2.2 เพื่อเชื่อมโยงบทบาทของภาคธุรกิจกับระบบความมั่นคงของประเทศ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต  

2.3 เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจพื้นฐานด้านหลักการสงครามและการป้องกันประเทศ โครงสร้างและบทบาทของกอง ทัพ ประวัติศาสตร์การทหารและบทเรียนเชิงยุทธศาสตร์ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง 

2.4 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหารในการบริหารจัดการพื้นที่ยุทธศาสตร์และพื้นที่ชายแดน โดยเชื่อมโยงมิติ ความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐาน

2.5 เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ(BCP)  

2.6 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน  

3. กลุ่มเป้าหมายและจำนวนผู้เข้าอบรม

จำนวนผู้เข้าอบรม: ประมาณ 60 คน โดยจัดสัดส่วนให้เหมาะสม กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

3.1 ผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ

3.2 ผู้บริหารภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการ

3.3 ผู้นำองค์กรภาคประชาสังคม

3.4 นักวิชาการ นักการเมือง และประชาชนผู้สนใจด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์

4. คุณสมบัติผู้เข้าอบรม (โดยสังเขป)

4.1 อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี  

4.2  มีประสบการณ์ด้านการบริหารองค์กร ภาครัฐ หรือเอกชน  

4.3 มีความสนใจด้านความมั่นคง เศรษฐกิจยุทธศาสตร์หรือการพัฒนาพื้นที่ชายแดน  

4.4 จัดสัดส่วนผู้เข้าอบรมจากภาครัฐ ความมั่นคง และภาคธุรกิจอย่างเหมาะสม

5. ระยะเวลาและรูปแบบการอบรม

ระยะเวลา: 3 เดือน รูปแบบ: เรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกวันพฤหัสบดี รวม 12 ครั้ง) วิธีการเรียนรู้ : การบรรยาย การเสวนา กรณีศึกษา การศึกษาดูงานในประเทศ 3 หน่วยงาน 

6. โครงสร้างหมวดวิชา

หมวดที่ 1: ความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ 

  • ความมั่นคงของชาติในโลกปัจจุบัน
  • ภูมิรัฐศาสตร์กับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน
  • การบริหารจัดการชายแดน

หมวดที่ 2: การทหารและการป้องกันประเทศ 

  • หลักการป้องกันประเทศและการเตรียมกำลัง
  • ประวัติศาสตร์การทหารและบทเรียนเชิงยุทธศาสตร์
  • สถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนและพื้นที่ยุทธศาสตร์

หมวดที่ 3: หลักการสงครามของแต่ละเหล่าทัพ 

  • หลักการสงครามและภารกิจของกองทัพบก
  • หลักการสงครามทางทะเลและความมั่นคงทางทะเล
  • หลักการสงครามทางอากาศและการควบคุมน่านฟ้า

หมวดที่ 4: กฎหมาย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

  • กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ
  • อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและโอกาสของภาคเอกชน
  • เทคโนโลยีกับความมั่นคง (Drone, AI, Cyber Security)

หมวดที่ 5: ธุรกิจกับความมั่นคงของชาติ 

  • บทบาทภาคธุรกิจและภาคประชาชนต่อความมั่นคง
  • ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์
  • การสร้างความร่วมมือรัฐ–เอกชน–ประชาชน

7. การศึกษาดูงาน

7.1 ศึกษาดูงานหน่วยงานด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมในประเทศ 3 (ครั้ง)

7.2 ศึกษาดูงานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในต่างประเทศ (1 ครั้ง)  

8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

8.1 ผู้เข้าอบรมมีความรู้และความเข้าใจด้านความมั่นคงของชาติอย่างเป็นระบบ  

8.2 สามารถเชื่อมโยงการดำเนินธุรกิจกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงของประเทศ

8.3 เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

8.4 เสริมสร้างบทบาทภาคเอกชนในการสนับสนุนความมั่นคงของชาติ

8.5 พัฒนาผู้นำธุรกิจที่มีมุมมองเชิงยุทธศาสตร์และความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศ